70 ปีแห่งการครองราชย์

70 ปีแห่งการครองราชย์ "มหาราชา" ผู้เป็นที่รักของคนไทย...เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489

70 ปีแห่งการครองราชย์ "มหาราชา" ผู้เป็นที่รักของคนไทย...

            เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489  สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้ขึ้นทรงครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์   เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ภายหลัง  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระมหากษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี  ในฐานะพระเชษฐาได้เสด็จสวรรคตโดยกระทันหัน

            แต่เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา   และยังมีพระราชกิจด้านการศึกษา จึงทรงอำลาประชาชนชาวไทย  เสด็จพระราชดำเนินกลับไปศึกษาต่อ   ณ มหาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  แต่เปลี่ยนสาขาจากวิทยาศาสตร์  ไปเป็นสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์  เนื่องด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ

            การตัดสินพระทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เพื่อรับพระราชภาระต่อจากพระเชษฐาในขณะนั้น    ไม่เพียงแต่ทำให้ประเทศไทยและคนไทยคลายความโศกเศร้า  จากการที่ต้องเสียพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเท่านั้น  แต่ยังทำให้ประเทศไทยได้พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่  ที่ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่  ที่จะอุทิศพระวรกายและพระราชหฤทัยเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวสยาม

            และสิ่งที่ยังคงตราตรึงหัวใจคนไทยสืบเนื่องมาตลอด ก็คือ พระราชนิพนธ์บันทึกประจำวันบางส่วนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ระหว่างวันเสด็จฯจากสยามสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ความตอนหนึ่งว่า

      “…วันที่ 19 สิงหาคม 2489  วันนี้ถึงวันที่เราจะต้องจากไปแล้ว พอถึงเวลาก็ลงจากพระที่นั่งพร้อมกับแม่ ลาเจ้านายฝ่ายใน ณ พระที่นั่งชั้นล่างนั้นแล้ว ก็ไปยังวัดพระแก้วเพื่อนมัสการลาพระแก้วมรกต และพระภิกษุสงฆ์ ลาเจ้านายฝ่ายหน้า ลาข้าราชการทั้งไทยและฝรั่ง แล้วก็ไปขึ้นรถยนต์ 

     พอรถแล่นออกไปได้ไม่ถึง 200 เมตร มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหยุดรถแล้วส่งกระป๋องให้เราคนละใบ ราชองครักษ์ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรอยู่ในนั้น บางทีจะเป็นลูกระเบิด  เมื่อมาเปิดดูภายหลังปรากฏว่าเป็นทอฟฟี่ที่อร่อยมาก 

     ตามถนนผู้คนช่างมากมายเสียจริงๆ ที่ถนนราชดำเนินกลาง ราษฎรเข้ามาใกล้จนชิดรถที่เรานั่งกลัวเหลือเกินว่าล้อรถของเราจะไปทับแข้งทับขาใครเข้าบ้าง รถแล่นฝ่าฝูงคนไปได้อย่างช้าที่สุด  ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นได้บ้าง ตามทางที่ผ่านมา
 

 

     ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้นมาดังๆว่า อย่าละทิ้งประชาชน อยากจะร้องบอกเขาลงไปว่า ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้า  แล้วข้าพเจ้าจะละทิ้ง  อย่างไรได้ แต่รถวิ่งเร็วและเลยไปไกลเสียแล้ว..."